ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากอะไร
ไข้หวัดใหญ่ เป็นอาการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส influenza ที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยจะมีอาการไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย
โดยปกติแล้วผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สามารถหายได้เอง แต่ในบางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ถึงแก่ชีวิต
อาการของไข้หวัดใหญ่
โรคไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาและมักเกิดขึ้นทันทีทันใด
- มีไข้สูงติดกันหลายวัน โดยเฉพาะในเด็กจะมีไข้สูงลอยเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียส
- มีน้ำมูกใส คัดจมูก ไอ ปวดศีรษะ
- อาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร
- เด็กเล็กอาจพบท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
ควรมาพบแพทย์เมื่อใด
- มีไข้เกิน 24 ชั่วโมง
- ให้ยาลดไข้แล้วยังเกิน 5 องศา
- หายใจหอบ หรือหายใจลำบาก
- มีอาการ มากกว่า 7 วัน
- ปลายมือ ปลายเท้าเขียว
- เด็กดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารไม่พอ
- เด็กซึมลง ไม่เล่น
- เด็กไข้ลดลง แต่หายใจไม่ออก
- เจ็บ หรือแน่นหน้าอก
- หน้ามืด เป็นลม สับสน หน้ามืด
- อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคไข้หวัดใหญ่
- เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี และผู้ใหญ่ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- อาศัยหรือทำงานในที่แออัด มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคเอชไอวี / เอดส์ การปลูกถ่ายอวัยวะ การใช้สเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน
- มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคตับ โรคเลือด โรคระบบประสาท กระบวนการทำงานทางชีวเคมีผิดปกติ ปัญหาระบบทางเดินหายใจ
- การใช้แอสไพรินในระยะยาวในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี อาจทำให้เป็นโรคเรย์ (Reye’s disease) เป็นโรคที่มี ความผิดปกติของตับร่วมกับสมอง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
- หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะระหว่างไตรมาสที่ 2 หรือ 3
- โรคอ้วน
วิธีป้องกันตนเองจากไข้หวัดใหญ่
- ล้างมือให้บ่อยด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล
- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น หลอดดูดน้ำ ช้อน
- ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- เข้าพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
