Thai language English language Chinese languageKorean language
Thai language English language Chinese languageKorean language

ปลูกผมถาวร FUE คืออะไร ย้ายเซลล์รากผมคืนผมหนาเป็นธรรมชาติ

Man with eyes closed as a clinician marks his scalp for an FUE hair transplant, dotted guide lines visible; clinic logo in corner. เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic

ยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนามากขึ้น หลายคนที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านจากพันธุกรรม เริ่มมองหาวิธีการศัลยกรรมปลูกผมถาวรเพื่อแก้ปัญหาภาวะศีรษะล้าน หรือในบางคนที่ไม่ได้มีปัญหาผมบางแต่อยากเข้ารับการปลูกผมถาวรเพื่อปรับกรอบหน้าให้ดูสมมาตรมากขึ้นก็ต่างสนใจเข้ารับการปลูกผมถาวรเช่นกัน โดยวิธีปลูกผมถาวร FUE นั้นกำลังเป็นที่นิยมและถูกพูดถึงกันมากขึ้น บทความนี้บทความนี้ KESA Hair Clinic คลินิกด้านเส้นผมและหนังศีรษะจะพามาทำความรู้จักกับวิธีการปลูกผมถาวรวิธีต่างๆพร้อมทั้งข้อดีข้อเสียในแต่ละวิธี

ปัจจุบันการศัลยกรรมปลูกผมถาวรตามคำนิยามของสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ The International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS) มีอยู่ 2 วิธีการสากล คือ FUE และ FUT ซึ่งทั้ง 2 วิธีจะแตกต่างกันที่กระบวนการได้มาของกราฟจากบริเวณด้านหลัง (Donor site)

Infographic comparing FUT and FUE hair transplant methods, showing a back-of-head diagram with step-by-step icons on each side (harvesting to implantation). เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic

เทคนิคปลูกผมถาวรวิธี FUE คืออะไร

การปลูกผมวิธี FUE (Follicular Unit Extraction) คือ วิธีปลูกผมแบบย้ายเซลล์รากผมโดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะเป็นแผลผ่าตัดแนวยาว โดยแพทย์จะใช้หัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ (Micro-punch) ค่อยๆ เจาะเก็บกอกราฟผมบริเวณท้ายทอยออกมาทีละกออย่างประณีต แล้วนำกลับไปปลูกถ่ายยังบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ซึ่งวิธีนี้ช่วยลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ แผลจุดขนาดเล็กสมานตัวได้ดี และให้แนวเส้นผมใหม่ที่งอกขึ้นมาแลดูเป็นธรรมชาติ จึงเป็นบริการปลูกผมถาวรที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

การปลูกผมถาวร FUE มีกระบวนการย้ายเซลล์รากผมอย่างไรบ้าง

กระบวนการปลูกผมแบบ FUE เป็นการผ่าตัดเล็กระดับจุลศัลยกรรมที่ต้องอาศัยความประณีตและการดูแลของแพทย์ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของกราฟผมให้ได้อัตราการอยู่รอดของกราฟในระดับสูง โดยขั้นตอนการปลูกผมย้ายเซลล์รากผมมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  1. การออกแบบแนวผมและคำนวณกราฟ: แพทย์ทำการวิเคราะห์รูปหน้า ความหนาแน่นเดิม และประเมินจำนวนกราฟที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้แนวไรผมใหม่แลดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับใบหน้า
  2. การคัดแยกและเจาะเก็บรากผม: ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณท้ายทอย จากนั้นใช้หัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ (Micro-motor punch) ค่อยๆ เจาะลึกลงไปเฉพาะชั้นรากผมทีละกออย่างระมัดระวัง แล้วดึงกราฟผมออกมาโดยลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
  3. การคัดกรองและแช่เลี้ยงเซลล์รากผม: กราฟผมที่เก็บเกี่ยวได้จะถูกส่งต่อให้ทีมผู้ช่วยแพทย์นำมาคัดแยกจำนวนเส้นผมและตกแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมแช่ในสารละลายควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาเซลล์ให้คงสภาพความสมบูรณ์
  4. การสร้างทิศทางและเปิดช่องรับรากผม: แพทย์กำหนดทิศทาง องศา และมุมความเอียงของการงอกของเส้นผม เพื่อให้สอดรับกับแนวผมตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล
  5. การปลูกถ่ายกราฟรากผม: นำกราฟผมที่คัดเลือกสมบูรณ์แล้ว ค่อยๆ ปลูกฝังลงในช่องเปิดรับอย่างประณีต โดยคำนึงถึงความหนาแน่นและความปลอดภัยของเซลล์รากผม

การปลูกผมถาวรแบบ FUE มีกี่วิธี

เทคนิคการปลูกผมถาวรแบบ FUE ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและความต้องการของผู้เข้ารับบริการที่แตกต่างกัน โดยหลักๆ จะแบ่งตามลักษณะการเตรียมพื้นที่บริเวณท้ายทอยและรูปแบบความยาวของเส้นผมที่นำมาใช้ปลูก ดังนี้

1. ปลูกผมแบบโกน Shaven FUE

ปลูกผมแบบโกน Shaven FUE คือ การย้ายรากผมทีละกอ โดยตัดผมสั้นด้านหลังเป็นแถบใหญ่แล้วเจาะรากผมออกมาเป็นตอสั้นๆ(short hair)

ข้อดีของการปลูกผมถาวรแบบ Shaven FUE

  • แพทย์สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านหลังแบบมุมกว้างได้ ทำให้การเจาะรากผมได้กระจายเท่ากันทุกบริเวณ มีความสม่ำเสมอ ทำให้แผลจะสวยกว่าในระยะยาว เหมาะกับคนที่ต้องการตัดผมสั้น เช่น อาชีพทหารตำรวจ และทรงผมสั้นรองทรง
  • ใช้ระยะเวลาในการเจาะรากผมสั้นที่สุดเมื่อเทียบกับการปลูกผม FUE แบบอื่น
  • ได้จำนวนกราฟปริมาณมาก เหมาะกับคนที่ต้องใช้กราฟเกิน 2000 กราฟขึ้นไป จึงเหมาะกับผู้ชายที่มีการร่นของผมที่มากและผู้หญิงเข้ารับการปลูกผมเพื่อวัตถุประสงค์ปรับกรอบหน้าซึ่งมักจะใช้กราฟปริมาณมากเกิน 2000 กราฟ
  • ปลูกได้ความหนาแน่นสูงสุด เนื่องจากกราฟที่ได้จะเป็นตอสั้นๆทำให้ปลูกได้ชิดกันมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดทิศทางได้ง่ายกว่าส่งผลให้ผลลัพธ์แน่นใกล้เคียงผมเดิม
  • ดูแลทำความสะอาดหลังปลูกผมได้ง่ายกว่า ลดอัตราการติดเชื้อหลังปลูกผมได้

ข้อเสียของการปลูกผมถาวรแบบ Shaven FUE

  • ต้องตัดผมสั้น ในกรณีผู้ชายแผลด้านหลังจะแห้งสนิทและรากผมเริ่มยาวมาปิดแผลด้านหลังภายใน 2 สัปดาห์, กรณีผู้หญิงทางเกศาคลินิกมีเทคนิคการตัดผมซ่อนแผลทำให้มองไม่เห็นแผลด้านหลัง สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ

“Microstrip shaving  คือการตัดผมสั้นเป็นแถวเล็กๆ หลายๆแถว เป็นวิธีการที่ไม่แนะนำ เพราะระยะยาวจะเกิดรอยแผลเป็นจุดสีขาวเป็นขั้นหลายๆขั้น เมื่อตัดผมสั้นจะมองเห็นว่าผมมีการแหว่งหายไปเป็นขั้นบันไดหลายๆขั้น ทำให้มีข้อจำกัดในการตัดผมสั้นไปตลอด นอกจากนั้นยังทำให้งมีข้อจำกัดในการปลูกผมรอบที่2-3ในอนาคตอีกด้วยเพราะบริเวณผมด้านหลัง(Donor site) มีการย้ายรากผมไปปริมาณมากในแต่ละขั้นทำให้กราฟที่เหลือในการใช้ครั้งต่อไปจะบริหารได้ยากมากขึ้น แต่สามารถเลือกใช้วิธีการตัดผมแบบ Microstrip shaving ได้กรณีที่ใช้กราฟผมไม่เกิน 600-800 กราฟ”  

(Reference : Jae Hyun Park, Practical guide to hair transplantation)

Microstrip shaving

การปลูกผมแบบ FUE

Microstrip shaving

Side-by-side back views of a hair transplant: immediate post-op with shaved lower scalp and grafts on the left; three months later with fuller hair on the right. เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic
Thai promotional poster about hair growth over 2 months, showing four photos of back of head with captions about hair restoration progress. เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic
อินโฟกราฟิกภาษาไทย แนะนำเหตุผลและขั้นตอน SHAVE ผมของ KESA พร้อมภาพหัวด้านหลังมีกรอบเส้นประบริเวณผมบาง และข้อความอธิบายทางด้านขวา เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic

2. ปลูกผมแบบไม่โกน Non-shaven FUE

คือการย้ายรากผมทีละกอโดยไม่ต้องตัดผมสั้น รากผมที่ได้จะเป็นตอสั้นๆ(short hair)

ศึกษาเพิ่มเติม : ปลูกผมเทคนิค Non-shaven NNN

ข้อดีของการปลูกผมถาวรแบบ Non-shaven FUE

  • เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการตัดผมสั้น
  • เหมาะกับคนที่ใช้กราฟปริมาณไม่มากไม่เกิน 2000 กราฟ
  • ปลูกได้ความหนาแน่นสูงเหมือนการปลูกแบบ Shave FUE เนื่องจากกราฟที่ได้จะเป็นตอสั้นๆ ทำให้ปลูกได้ชิดกันมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดทิศทางได้ง่ายกว่าส่งผลให้ผลลัพธ์แน่นใกล้เคียงผมเดิม

ข้อเสียของการปลูกผมถาวรแบบ Non-shaven FUE

  • เป็นวิธีการปลูกผมที่ราคาแพงกว่า Shave FUE
  • ใช้ระยะเวลาในการทำนานกว่า Shave FUE
  • ไม่เหมาะกับคนที่ต้องใช้รากผมปริมาณมาก
  • เนื่องจากไม่ได้ตัดผมด้านหลัง ขั้นตอนการเจาะรากผมจึงทำได้ยากกว่าส่งผลให้กระจายตัวของแผลเป็นไม่ค่อยสม่ำเสมอ ต่างจากวิธีปลูกผม Shave FUE ที่แพทย์จะสามารถมองเห็นรากผมได้ทั้งหมดในมุมกว้างทำให้วางแผนการเจาะรากผมได้ดีกว่า

3. ปลูกผมแบบผมยาว Long hair FUE

คือการย้ายรากผมทีละกอโดยไม่ต้องตัดผมสั้น รากผมที่ได้จะเป็นผมเส้นยาว(Long hair)

ข้อดีของการปลูกผมถาวรแบบ Long hair FUE

  • ไม่ต้องตัดผม เหมาะกับคนที่ไม่สามารถตัดผมสั้นได้
  • ผู้รับบริการสามารถมองเห็นผลลัพธ์สุดท้ายได้ทันที (Finished look) ทำให้สร้างความพึงพอใจและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการได้ค่อนข้างมาก
  • เหมาะกับคนที่ใช้กราฟปริมาณไม่มาก โดยทั่วไปแนะนำที่ไม่เกิน 1500 กราฟ เช่น กรณีปลูกผมปรับกรอบหน้าเล็กน้อย, กรณีปลูกผมทับรอยแผลเป็นพื้นที่ไม่มาก
  • แนะนำให้ใช้การปลูกผมแบบ Long hair FUE ในการปลูกคิ้วเพราะทำให้เห็นแนวโค้งของรากผมที่ถูกต้อง ผลลัพธ์จะดูเนียนกว่าการปลูกคิ้วแบบ Shave FUE

ข้อเสียของการปลูกผมถาวรแบบ Long hair FUE

  • เป็นวิธีการปลูกผมที่ราคาแพงที่สุด เนื่องจากต้องใช้เวลานานและมีความยากในทุกกระบวนการ
  • ไม่เหมาะกับคนที่ใช้กราฟปริมาณมาก
  • ใช้ระยะเวลาในการทำนานที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 3 เท่าของการเจาะรากผมแบบ Shave FUE
  • ความหนาแน่นที่ได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการปลูกผม FUE แบบอื่น ดังนั้นหากอัตราการรอดของกราฟน้อยลงอีกจะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ตอนผมยาวแล้วที่ 1ปีดูบางไม่แน่นเท่าผมเดิม
  • การดูแลทำความสะอาดหลังปลูกผมต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะกราฟผมที่ยาวอาจพันกันทำให้กราฟหลุดได้ในช่วง 3 วันแรก
  • หลังปลูกผม 2 สัปดาห์ กราฟผมที่ปลูกก็เกิดการผลัดผมหรือที่เรียกว่า ภาวะ shock loss ได้เช่นเดียวกับวิธีการปลูกผมแบบอื่นๆ

ปลูกผมปิดรอยแผลเป็น

Four-panel before-and-after hair transplant photos of a woman: front view (up top left and right) and back view (bottom left and right), 2 weeks post-procedure when hair looks fuller. เกศา คลินิก - kesa hair clinic เกศา คลินิก - kesa hair clinic

ใครบ้างที่เหมาะกับการปลูกผมถาวรด้วยวิธี FUE ย้ายเซลล์รากผม

การเลือกแนวทางปลูกผม แบบ FUE ให้เหมาะสมกับแต่ละเคส ต้องพิจารณาจากจำนวนกราฟ สภาพเส้นผมเดิม รวมถึงวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของผู้รับบริการเป็นหลัก โดยแต่ละเทคนิคมีความเหมาะสมเฉพาะบุคคลดังนี้

  • FUE แบบดั้งเดิม (Traditional / Shaven FUE)
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่นลึก หรือศีรษะล้านบริเวณกว้างที่ต้องใช้กราฟผมจำนวนมาก (2,000 กราฟขึ้นไป)
  • เหมาะกับผู้ที่สะดวกตัดผมสั้น หรือผู้มีอาชีพข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ต้องไว้ผมสั้นเป็นประจำ
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการความหนาแน่นของเส้นผมในระดับสูง และต้องการให้รอยแผลด้านหลังแห้งตัวได้ดี ทำความสะอาดง่าย
  • FUE แบบไม่ต้องโกนผม (Non-Shaven / Modified FUE)
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบางระดับปานกลาง ปลูกปรับไรผม หรือผู้ที่ต้องการใช้กราฟไม่เกิน 2,000 กราฟ
  • เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกตัดผมสั้น เช่น ผู้บริหาร บุคคลที่ต้องพบปะผู้คน หรือผู้หญิงที่กังวลเรื่องการเปลี่ยนทรงผมเดิม
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการบดบังรอยแผลด้านหลังได้โดยใช้เส้นผมเดิมลงมาปิด
  • FUE แบบไว้ผมยาว (Long Hair FUE)
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกเฉพาะจุด เช่น ปลูกคิ้ว ปลูกทับรอยแผลเป็นขนาดเล็ก หรือผู้หญิงที่ต้องการเติมเต็มไรผมด้านหน้าเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 1,500 กราฟ)
  • เหมาะกับบุคคลที่ต้องการเห็นแนวทิศทางของเส้นผมทันทีหลังทำ
  • เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา และจำเป็นต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจประจำวันในระยะเวลาอันสั้น

การเตรียมตัวก่อนทำและวิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม FUE ให้เซลล์รากผมติดแน่น

การดูแลผลลัพธ์ของการ [ปลูกผม] ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมของร่างกายและการปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมให้อัตราการติดของเซลล์รากผมเป็นไปอย่างสมบูรณ์

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการปลูกผม

  • งดรับประทานยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ (ภายใต้คำแนะนำของแพทย์) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย และโสม
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เนื่องจากส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกราฟผม
  • สระผมให้สะอาดในเช้าวันทำหัตถการ และหลีกเลี่ยงการใส่เจล สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมทุกชนิด
  • สวมใส่เสื้อที่มีกระดุมผ่าหน้า เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่เสียดสีบริเวณหนังศีรษะ

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม

  • หลีกเลี่ยงการก้มศีรษะต่ำ ยกของหนัก หรือออกกำลังกายหักโหมในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันแรงดันโลหิตดันจนกราฟผมกระทบกระเทือน
  • นอนหงายโดยยกศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศาในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • ห้ามแกะ เกา ถู หรือดึงสะเก็ดแผลบริเวณที่ปลูกผม ปล่อยให้สะเก็ดค่อยๆ หลุดร่วงไปเองตามคำแนะนำการทำความสะอาดของคลินิก
  • สวมผ้ารัดหน้าผาก (Headband) ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณรอบดวงตาและใบหน้า

การปลูกผมวิธี FUT

FUT ย่อมาจาก Follicular unit transplantation เป็นวิธีการปลูกผมโดยการผ่าตัดนำหนังศีรษะด้านหลังออกมาเป็นชิ้นยาวๆ หรือที่เรียกว่า Strip แล้วนำมาหั่นแยกกราฟออกมาเป็นกอเล็กๆ ที่เรียกว่า “กราฟ” แล้วจึงนำกราฟมาปลูกยังบริเวณที่ต้องการ ซึ่งกราฟที่นำมาปลูกจะเป็นได้ทั้งแบบผมสั้น (short hair) หรือเป็นแบบผมยาว (long hair) ก็ได้

ข้อดีของการปลูกผมถาวรแบบ FUT

  • ได้กราฟปริมาณมาก โดยจำนวนมากที่สุดประมาณ 5000-8000 กราฟ
  • เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการตัดผมสั้น เช่น ผู้หญิง
  • เหมาะกับคนที่เป็นผมบางศีรษะล้านระยะสุดท้ายที่เหลือผมด้านหลังไม่มาก(Advance hair loss)

ข้อเสียของการปลูกผมถาวรแบบ FUT

  • แผลเป็นจะเป็นลักษณะเส้นยาวตลอดแนวผมด้านหลัง ทำให้ไม่สามารถตัดผมสั้นได้
  • ไม่เหมาะกับอาชีพที่จำเป็นต้องตัดผมสั้นตลอด เช่น ทหาร ตำรวจ หรือคนในเครื่องแบบ
  • มีโอกาสเกิดแผลเป็นลักษณะนูนยืด(Hypertrophic scar/Stretched scar) ได้ในบางคน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความมั่นใจได้
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เช่น การบาดเจ็บต่อเส้นประสารทระดับลึก การติดเชื้อรุนแรงบริเวณหนังศีรษะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผมถาวร FUE

การปลูกผมถาวรด้วยวิธี FUE จะอยู่ได้นานแค่ไหน

การปลูกผมถาวรด้วยเทคนิค FUE เป็นการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอย (Safe Donor Zone) ซึ่งมีคุณสมบัติทางพันธุกรรมที่ต้านทานต่อฮอร์โมน DHT อันเป็นสาเหตุหลักของผมร่วงทางพันธุกรรม ทำให้เส้นผมที่ย้ายมาปลูกในตำแหน่งใหม่สามารถคงอยู่และเจริญเติบโตได้ตามวงจรชีวิตเส้นผม ทั้งนี้ การคงอยู่ของผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงเส้นผมเดิมรอบข้างตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมด้วย

การย้ายเซลล์รากผมทำให้ผมบริเวณท้ายทอยแหว่งหรือบางลงไหม

หากทำโดยแพทย์ การปลูกผม ย้ายเซลล์รากผม จะไม่ทำให้ผมด้านหลังดูแหว่งผิดปกติ เนื่องจากแพทย์จะคำนวณความหนาแน่นและกระจายการเจาะเก็บรากผมออกมาในสัดส่วนประมาณ 15-20% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมเว้นระยะห่างของรูกราฟอย่างสมดุล ทำให้เมื่อแผลขนาดเล็กสมานตัวและผมรอบข้างเริ่มยาวขึ้น จะช่วยปกปิดรอยเจาะได้อย่างกลมกลืน

ปลูกผม FUE ต่างจากการปลูกผม DHI อย่างไร

ทั้งสองวิธีใช้หลักการเก็บกราฟผมแบบเจาะทีละกอ (FUE) เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันที่ขั้นตอนการปลูก โดยการปลูกผมแบบ FUE ทั่วไป แพทย์จะเปิดช่องรับ (Pre-made slit) ก่อน แล้วจึงนำกราฟผมใส่เข้าไป ในขณะที่ DHI จะใช้เครื่องมือ Implanter Pen ในการเปิดช่องและใส่กราฟผมไปพร้อมกัน ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมและสภาพหนังศีรษะของแต่ละบุคคล

หลังปลูกผม FUE สระผมได้เมื่อไร

โดยทั่วไปผู้รับบริการสามารถเริ่มทำความสะอาดผมได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังทำหัตถการ (ภายใน 24-48 ชั่วโมง) โดยต้องเป็นการสระผมด้วยความนุ่มนวล ใช้น้ำอุณหภูมิปกติที่มีแรงดันเบา และใช้ฟองแชมพูสูตรอ่อนโยนแตะเบาๆ ห้ามถูหรือเกา ที่ KESA Hair Clinic จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดแผลให้อย่างใกล้ชิดในวันแรกหลังทำ พร้อมให้คำแนะนำวิธีการดูแลอย่างละเอียด

ปลูกผมวิธีใดดีที่สุด

การปลูกผมไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุด แต่ละวิธีมีข้อดีในตัวและมีข้อจำกัดเช่นกัน ดังนั้นจะปลูกผมวิธีไหนดี ขึ้นกับความต้องการและต้องดูข้อจำกัดและความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย(Individual)  และไม่ใช่การปลูกวิธีการเดียวกันจะได้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกที่ เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับความชำนาญของแต่ละคลินิก, การออกแบบแนวผม, เทคนิคการเจาะรากผม, การเลือกใช้เครื่องเจาะรากผม, การเก็บรักษากราฟที่อยู่นอกร่างกาย, การตกแต่งรากผมรวมไปถึงรายละเอียดของการวางทิศทางรากผมโดยแพทย์ ทุกรายละเอียดล้วนมีผลกับอัตราการรอดและความสวยงามของกราฟทั้งสิ้น

สรุปบทความ

สิ่งที่ต้องทราบก่อนปลูกผมคือ รากผมเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด การปลูกผมคือกระบวนการปลูกถ่ายรากผมซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ ไม่เช่นนั้นรากผมที่ย้ายออกมาจะไม่รอด ทำให้สูญเสียรากผมไปถาวร ดังนั้นการปลูกผมไม่ควรเปรียบเทียบแค่ ปลูกผมราคาถูก เท่านั้น ควรพิจารณาหลายๆด้านก่อนตัดสินใจปลูกผม เน้นดูผลลัพธ์ตอนยาวแล้วมากกว่าการดูผลลัพธ์หลังปลูกทันที

เกศาคลินิก เป็นศูนย์ปลูกถ่ายรากผมครบวงจร ดังนั้นผลลัพธ์การปลูกผมจึงเป็นสิ่งที่เกศาให้ความสำคัญอย่างมาก  เกศามีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์การปลูกผมมากกว่า 5 ปี การันตรีประสบการณ์ด้วยสมาชิกองค์กรปลูกผมระดับนานาชาติดังนี้

  • Fellow member of World FUE Institute (WFI)
  • Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)
  • Member of FUE ASIA

ด้วยประสบการณ์ปลูกผมที่ยาวนาน เกศาจึงได้พัฒนาเทคนิคปลูกผมเฉพาะตัวขึ้นมาเรียกว่าเทคนิค NNN ซึ่งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเข้ามาร่วมในการปลูกผมไม่ว่าจะเป็นเครื่องเจาะรากผม น้ำยาแช่กราฟ นวัตกรรมเลเซอร์สีเหลืองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกที่เหนือกว่า หลังปลูกผมมีการนัดติดตามดูแลหลังปลูกผมต่อเนื่องตลอด 18 เดือนและมีรับประกันผลลัพธ์ให้ทุกราย เกศาคลินิกไม่มีพนักงานขาย การปลูกผมจะเป็นการวางแผนร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์เท่านั้น มีการตรวจส่องกล้องเพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุผมร่วง และวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าการปลูกผมที่เกศาจะเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม : ปลูกผมเทคนิค NNN นวัตกรรมใหม่แห่งการปลูกผม

Picture of Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya

Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya

Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) & International Board of Hair Restoration Surgery (IBHRS) , Full Member of the International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS), Fellow member of World FUE Institute (WFI), Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)

ทีมแพทย์เกศา