ผมร่วงหลังคลอด หลายคนอาจสังเกตเห็นเส้นผมร่วงมากผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงหวีผมหรือสระผม ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ ผมร่วงหลังคลอด ” (Postpartum Hair Loss) ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ปกติ แต่มักจะสร้างความกังวลใจไม่น้อยให้กับคุณแม่หลังคลอด แต่ในทางการแพทย์ ผมร่วงหลังคลอด ถือเป็นภาวะชั่วคราวที่สามารถดีขึ้นได้เอง
สาเหตุของ “ ผมร่วงหลังคลอด ” คืออะไร?
สาเหตุหลักมาจาก การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) อย่างฉับพลัน โดยในร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะอยู่ในระดับสูงมากกว่าปกติหลายเท่า ทำให้เส้นผมอยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen phase) นานขึ้น ผมจึงดูหนา เงางาม และร่วงน้อยกว่าปกติ
แต่หลังคลอด ระดับฮอร์โมนนี้จะลดลงอย่างรวดเร็ว ร่วมกับภาวะการเสียเลือดระหว่างคลอด ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เส้นผมจำนวนมากเข้าสู่ระยะพัก (Telogen phase) พร้อมกัน และหลุดร่วงภายในไม่กี่เดือนหลังคลอด
โดยทั่วไป อาการผมร่วงหลังคลอดมักเริ่มในช่วง 3 เดือนหลังคลอด และจะร่วงมากที่สุดในช่วงเดือนที่ 3–6
ผมจะร่วงนานแค่ไหนหลังคลอด?
โดยทั่วไป ผมร่วงหลังคลอดจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 6–12 เดือน หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่และฮอร์โมนเริ่มกลับสู่สมดุล
ในคุณแม่บางคน ผมอาจกลับมาปกติเร็วกว่านั้น (ประมาณ 6 เดือน)
แต่หากผมยังร่วงมากเกินไปนานเกิน 1 ปี ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
- ภาวะขาดสารอาหารและวิตามินบางชนิด (เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี หรือไบโอติน)
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอหลังคลอด
- ปัญหาโรคทางกาย เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ (ซึ่งอาจเกิดหลังคลอดได้)
- การใช้ยาบางชนิด หรือโรคทางผิวหนังศีรษะ เช่น โรคหนังศีรษะอักเสบ
สัญญาณที่บ่งบอกว่า ผมร่วงหลังคลอด “กำลังจะกลับมาปกติ
- จำนวนผมที่ร่วงเริ่มลดลง — จากเคยเห็นผมร่วงเป็นกำมือตอนสระผม เหลือเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน
- เส้นผมอ่อน ๆ เริ่มงอกขึ้นใหม่ — มักเห็นเป็นเส้นสั้น ๆ รอบไรผมหรือหน้าผาก
- ผมเริ่มหนาขึ้นเมื่อหวีหรือมัดผม — บ่งบอกว่ารากผมเริ่มกลับมาทำงานตามปกติ
- อาการร่วงเฉพาะจุดลดลง — เช่นบริเวณขมับหรือด้านหน้า ซึ่งมักร่วงมากช่วงแรก ๆ
วิธีดูแล “ ผมร่วงหลังคลอด ” ให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เพราะเส้นผม จำเป้นต้องอาศัยแร่ธาตุและโปรตีนในการเจริญเติบโต ดังนั้น โภชนาการจึงเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเส้นผม ควรเลือกอาหารที่อุดมด้วย
- โปรตีน เช่น ไข่ เนื้อปลา ถั่วต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างเคราติน
- ธาตุเหล็ก เช่น ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม
- สังกะสีและไบโอติน เช่น เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ อะโวคาโด
- วิตามินซี เพื่อช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในหนังศีรษะ
หากคุณแม่ให้นมลูก ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหาร
2. รับประทานวิตามินบำรุงสำหรับผมโดยเฉพาะ
โดยปกติแล้วอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวันมักมีคุณค่าทางโภชนการไม่ครบ ดังนั้นหากต้องการให้เซลล์รากผมกลับมาทำงานได้ปกติเร็วมากขึ้น แนะนำรับประทานวิตามินที่มีส่วนช่วยเกี่ยวกับการงอกของผม โดยวิตามินที่สำคัญมากสำหรับการงอกของเส้นผมคือ กรดอะมิโน ธาตุเหล็ก ซิงค์ ทองแดง โฟลิค ซีลีเนียม และวิตามินบีรวม ยกตัวอย่าง วิตามินลดผมร่วงที่มีสารอาหารครบ Follicare Plus
อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่ยังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตาิมนเพื่อความปลอดภัย
เลือกซื้อวิตามินลดผมร่วง: Follicare Plus วิตามินสูตรคุณหมอปลูกผม
3. รับประทานโปรตีนให้ถึงเป้าหมาย
งานวิจัยพบว่า คุณแม่หลังคลอดที่ให้นมบุตรมีความต้องการโปรตีนมากกว่าคนปกติ อยู่ที่ประมาณ 1.7–1.9 กรัม/กิโลกรัม/วัน หากรับประทานโปรตีนน้อยกว่าเป้า รากผมจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการสร้างเส้นผมชุดใหม่ ทำให้ผมร่วงผิดปกติและผมงอกช้า ดังนั้นควรรับประทานโปรตีนให้ได้ตามเป้าเพื่อสุขภาพเส้นผมที่แข็งแรงนั่นเอง
4. หลีกเลี่ยงการทำร้ายเส้นผม
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจัด เช่น ไดร์หรือหนีบผม
- ไม่มัดผมแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เกิด “traction alopecia” หรือผมร่วงจากการดึงรั้ง
- เลือกใช้แชมพูอ่อนโยน สูตรสำหรับผมบางหรือผมร่วง
เลือกซื้อแชมพูลดผมร่วง: Follicare Shampoo แชมพูลดผมร่วงสูตรคุณหมอปลูกผม
5. พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด
ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้เส้นผมเข้าสู่ระยะหลุดร่วงได้เร็วขึ้น ควรจัดสรรเวลาพักผ่อน แม้จะยากในช่วงเลี้ยงลูกแรกเกิด หากรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ควรขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง หรือหาเวลาผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง เดินเล่น หรือฝึกสมาธิ เนื่องจากความเครียดจากการเลี้ยงลูก หรือ จากการพักผ่อนน้อย ล้วนส่งผลให้เส้นผมถูกกระตุ้นให้ร่วงผิดปกติได้
ผมร่วงหลังคลอด เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
หากอาการผมร่วงหลังคลอดยังไม่ดีขึ้นหลังผ่านไป เกิน 12 เดือน หรือพบลักษณะผมบางลงทั่วๆ หรือร่วงเฉพาะจุดเป็นวงกลม มีรอยแดง คัน หรือหนังศีรษะอักเสบ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น
- ภาวะผมร่วงจากกรรมพันธุ์
- ภาวะผมร่วงจากภูมิคุ้มกันทำลายรากผม
- โรคทางกายอื่นๆที่ส่งผลให้ผมร่วง เช่น โลหิตจาง ภาวะไทรอยด์ผิดปกติหลังคลอด
- โรคหนังศีรษะอักเสบเรื้อรัง
แพทย์จะมีการตรงรากผมด้วยกล้อง Trichoscope และแนะนำการตรวจเลือด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงการแนะนำฉีดบำรุงรากผม PRF PRO หรือ PLACENTECH เพื่อกระตุ้นการงอกของเส้นผมระดับสเต็มเซลล์
คำแนะนำจากทีมแพทย์ KESA Clinic
ผมร่วงหลังคลอดเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ โดยจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 6-12 เดือน แต่หากผมร่วงไม่ดีขึ้นและดูบางลงผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาได้ทันท่วงที
Kesa Hair Clinic คลินิกรักษาผมร่วงผมบาง การันตรีคุณภาพด้วยผู้รับบริการมากกว่า 12,000 ราย โดดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผมร่วง ผมบาง และทีมแพทย์เกศายังได้รับการรับรองจาก แพทย์อเมริกันบอร์ดด้านการปลูกผม ( Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) ) อีกด้วย
หากใครมีปัญหาผมร่วงหลังคลอด สามารถทำนัดปรึษาคุณหมอได้เลยนะคะ
Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya
Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) & International Board of Hair Restoration Surgery (IBHRS) , Full Member of the International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS), Fellow member of World FUE Institute (WFI), Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)
