หัวล้านตรงกลาง ผมบางกลางหัว หลายคนมักเชื่อว่าเกิดจากสาเหตุกรมพันธุ์ บางคนซื้อยาทานเองแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น เหตุผลเพราะ หัวล้านตรงกลาง ผมบางกลางหัว ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์เสมอไปนั่นเอง และอาจเป็น “สัญญาณเตือนสุขภาพภายใน” ที่ควรรีบตรวจหาสาเหตุ
หัวล้านตรงกลาง ผมบางกลางหัว เกิดจากอะไรได้บ้าง?
อาการหัวล้านตรงกลางเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. สาเหตุจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenic Alopecia)
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย Dihydrotestosterone (DHT)
DHT จะไปจับกับตัวรับบริเวณรากผม ทำให้รากผมค่อย ๆ หดเล็กลง เส้นผมที่งอกใหม่มีขนาดเล็กและบางลง จนสุดท้ายหลุดร่วงถาวร
โดยเฉพาะในผู้ชาย มักเริ่ม ล้านบริเวณกลางกระหม่อม (Crown) และค่อย ๆ ขยายวงกว้างออกไป
ในผู้หญิงจะเกิดจากปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ อายุ และ ฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุและกระบวนการเกิดโรคซับซ้อนกว่าของเพศชาย
ลักษณะเด่นของอาการคือ
- ผมบางเฉพาะบริเวณกลางศีรษะในผู้ชาย
- ผมบางกลางแสก แสกกว้างมากขึ้นเรื่อยๆในผู้หญิง
- พบมากในผู้ชายอายุ 20 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
- หากมีคนในครอบครัวหัวล้าน โอกาสเกิดสูงกว่าคนทั่วไป
2. โรคผมร่วงจากสาเหตุอื่นๆ
🔸 โรคภูมิคุ้มกันทำลายรากผม (Alopecia Areata)
เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายรากผมของตนเอง ทำให้ผมไม่สามารถงอกได้ตามวงจรปกติ ทำให้เกิดผมร่วงเป็นหย่อม หรือบางรายก็เกิดภาวะผมร่วงแบบกระจายบริเวณกลางศีรษะได้เช่นเดียวกัน ทำให้สับสนกับโรคผมบางกรรมพันธุ์ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัย
🔸 โรคผมร่วงแบบมีแผลเป็น (Scarring Alopecia)
- ทำลายรูขุมขน: การอักเสบเข้าไปทำลายรูขุมขน และแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อพังผืด.
- ผมร่วงถาวร: เมื่อรูขุมขนถูกทำลายไปแล้ว ผมจะงอกใหม่ไม่ได้ ทำให้เกิดบริเวณที่ล้านเรียบๆ.
- มีอาการร่วม: อาจมีอาการคัน แสบร้อน ตุ่มแดง หรือปวดบริเวณหนังศีรษะ.
ยกตัวอย่างโรคผมร่วงแบบมีแผลเป็น
- Lichen planopilaris (LP)
- Fibrosing Alopecia in a Pattern Distribution (FAPD)
- Discoid lupus erythematosus (DLE)
- Central Centrifugal Cicatricial Alopecia (CCCA)
3. สาเหตุจากโรคหรือความผิดปกติในร่างกาย
บางครั้ง “ภาวะหัวล้านตรงกลาง” อาจเกิดจากโรคหรือความผิดปกติของระบบในร่างกาย เช่น
🔸 โรคของต่อมไทรอยด์ (Thyroid Disorders)
ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) และไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)
อาจส่งผลให้ผมร่วงหรือบางเฉพาะจุด โดยเฉพาะกลางศีรษะ
เพราะฮอร์โมนไทรอยด์มีผลต่อการสร้างและแบ่งตัวของเซลล์รากผม
สัญญาณเตือนร่วม:
- เหนื่อยง่าย / ใจสั่น / น้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่มีสาเหตุ
- ผิวแห้ง / ขี้หนาว / ท้องผูก
- ขนและเล็บเปราะบาง
🔸 ภาวะขาดสารอาหาร
โดยเฉพาะการขาด ธาตุเหล็ก, สังกะสี, วิตามิน D, ไบโอติน และโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการสร้างเส้นผม
หากร่างกายขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจทำให้ผมร่วงบริเวณกลางศีรษะได้
🔸 ความเครียดสะสม (Stress-Induced Hair Loss)
ความเครียดเรื้อรังมีผลโดยตรงต่อฮอร์โมน Cortisol ซึ่งอาจรบกวนวงจรการเจริญของเส้นผม
ทำให้ผมเข้าสู่ระยะพัก (Telogen phase) มากเกินไป จนเกิดอาการผมร่วงกระจาย ทำให้รอยแสกดูบางลงได้
🔸 ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome)
โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) คือ ภาวะผิดปกติของระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ทำให้ไข่ไม่ตกสม่ำเสมอ มีถุงน้ำเล็กๆ ในรังไข่เยอะขึ้น มีฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะผม ผมบางกลางศีรษะ คล้ายผู้ชายได้
วิธีตรวจหาสาเหตุของ หัวล้านตรงกลาง
หากพบว่าผมบางลงบริเวณกลางศีรษะ ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยอาจใช้วิธีดังนี้
- ซักประวัติอย่างละเอียด – ตรวจสอบประวัติครอบครัว ยา และอาการร่วมอื่น ๆ
- ตรวจเลือด – เพื่อดูค่าฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับภาวะผมร่วงผมบาง โรคทางร่างกายอื่นๆ
- Trichoscopy – กล้องขยายตรวจเส้นผมและรูขุมขน เพื่อแยกโรคที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
- Scalp biopsy (ตรวจชิ้นเนื้อหนังศีรษะ) – ในกรณีที่สงสัยโรคผมร่วงแบบมีแผลเป็น Scarring alopecia
แนวทางการรักษาอาการ หัวล้านตรงกลาง
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่แนวทางทั่วไป ได้แก่
1. การใช้ยา
การใช้ยารักษา ถือว่าเป็นการรักษาหลักในการรักษาภาวะผมร่วงผมบาง โดยยาที่รักษาภาวะหัวล้านกลางศีรษะ ที่นิยม ได้แก่ Finasteride Minoxidil และ Hair Multivitamin
2. ฉีดกระตุ้นสเต็มเซลล์รากผม DP cell
การรักษาโรคผมบางกรรมพันธุ์ มีจุดประสงค์ลดการทำลายรากผมจากตัวฮอร์โมน DHT และกระตุ้นให้สเต็มเซลล์ของรากผมทำงานตามวงจรปกติ ดังนั้นนอกจากการใช้ยาที่ลดการทำงานของฮอร์โมน DHT แล้ว ยังต้องมีการกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์รากผมควบคู่ไปด้วยเพื่อประสิทธิภาพในการชะลอภาวะศีรษะล้านได้มากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่าง โปรแกรมฉีดที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์รากผม คือ PRF PRO และ PLACENTECH
3. ฉีดสารลดการอักเสบ สำหรับโรคผมร่วงจากภูมิคุ้มกันทำลายรากผม
การรักษาโรคผมร่วงจากภูมิคุถ้มกันทำลายตัวเอง มีจุดประสงค์ในการลดการทำลายรากผมจากกระบวนการอักเสบ และกระตุ้นให้เซลล์รากผมงอกตามวงจรปกติ ซึ่งแตกต่างจากการรักษาผมบางกรรมพันธุ์
ยกตัวอย่าง โปรแกรมฉีดการอักเสบ สำหรับโรคผมร่วงจากภูมิคุมกันทำลายรากผม คือ TrioMed
4. ปลูกผมถาวร บริเวณที่ศีรษะล้าน รูขุมขนปิดแล้ว
กรณีปล่อยให้เซลล์รากผมถูกทำลายไม่ว่าจะจากสาเหตุใดเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้สเต็มเซลล์ของรากผมโดนทำลาย ทำให้เกิดรูขุมขนปิด ศีรษะล้าน หากเกิดภาวะศีรษะล้านแล้วจะไม่สามารถกระตุ้นให้รากผมกลับมางอกใหม่ได้ จำเป็นต้องรักษาด้วยการปลูกผมถาวร
โดยการปลูกผมต้องพิจารณาจากเทคโนโลยีการย้ายเซลล์ที่ทันสมัย หากใช้เทคโนโลยีที่ดีจะทำให้อัตราการรอดของกราฟสูงและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเทคนิคปลูกผมที่ผสานนวัตกรรมในทุกขั้นตอนการปลูกผม NNN นวัตกรรมใหม่แห่งการปลูกผม
เทคโนโลยีรักษา หัวล้านตรงกลาง ผมบางกลางศีรษะ ที่ Kesa Hair Clinic
Kesa Hair Clinic เป็นคลินิกรักษาผมร่วงผมบาง ศีรษะล้านโดยเฉพาะ มีประสบการณ์การรักษาผมร่วง ผมบาง มากกว่า 10,000 ราย โดดเด่นเรื่องการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาผมร่วงผมบาง โดยมีเทคโนโลยีเฉพาะที่ Kesa เช่น PRF PRO , PLACENTECH , TrioMED ช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์การรักษาผมร่วงผมบางให้ดียิ่งขึ้น และมีเทคนิคปลูกผมที่ผสานนวัตกรรมในทุกขั้นตอนการปลูกผม เรียกว่า NNN นวัตกรรมใหม่แห่งการปลูกผม
" เพราะ เทคโนโลยี คือกุญแจสำคัญของผลลัพธ์การรักษา "
KESA Clinic





Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya
Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) & International Board of Hair Restoration Surgery (IBHRS) , Full Member of the International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS), Fellow member of World FUE Institute (WFI), Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)
