
เมื่อพูดถึงการแก้ไขปัญหา ผมร่วง ผมบาง รากผมอ่อนแอ โดยเฉพาะในกรณีที่เริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น หนังศีรษะเริ่มบาง เส้นผมหลุดง่าย หรืออยากเสริมความแข็งแรงให้กับรากผม การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้อย่างมาก วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เทคโนโลยีบำรุงรากผม 2 โปรแกรมที่โดดเด่นจาก KESA Clinic (เกศาคลินิก) ได้แก่ PRF PRO และ PLACENTECH โดยเจาะลึกว่าแต่ละแบบคืออะไร ทำงานอย่างไร ใครเหมาะ และควรเลือกแบบไหนดี


1. เทคโนโลยีบำรุงรากผม PRF PRO
1.1 PRF PRO คืออะไร?
โปรแกรม PRF PRO (Progressive Platelet-Rich Fibrin) เป็นเทคโนโลยีฉีดบำรุงรากผมโดยใช้ ไฟบรินบริสุทธิ์ ที่สกัดจากพลาสมาของผู้รับบริการเอง เพื่อให้ได้โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) ที่มีความเข้มข้นสูง ช่วยในการซ่อมแซม และกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงขึ้นจุดเด่นของ PRF PRO เมื่อเทียบกับ PRP/PRF แบบเดิม คือ
- มีความเข้มข้นของโกรทแฟคเตอร์สูงถึง 17 เท่า เมื่อเทียบกับแบบ PRP, PRF แบบธรรมดาที่ได้โกรทแฟคเตอร์เพียง 5-10 เท่า
- ใช้ไฟบรินบริสุทธิ์ที่ทำหน้าที่เก็บกักโกรทแฟคเตอร์และปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ทำให้ฤทธิ์คงทนนานกว่า
- ใช้เครื่องปั่นที่แรงเสถียรกว่าทั่วไป ทำให้โกรทแฟคเตอร์เสียหายน้อย
- ผ่านมาตรฐานการแพทย์ (Medical grade) ปลอดภัยสำหรับฉีดเข้าร่างกาย
1.2 กลไกการทำงานของ PRF PRO
- เจาะเลือดจากผู้รับบริการแล้วสกัดไฟบรินบริสุทธิ์ (fibrin) พร้อมโกรทแฟคเตอร์
- ใช้ Hycoox Injector ซึ่งสามารถตั้งค่าความลึกได้ระดับมิลลิเมตร ลึกถึงชั้นรากผม และหัวเข็มมี 9 เข็มต่อจุด ทำให้สารกระจายทั่วชั้นรากผมได้อย่างทั่วถึง
- การฉีดจะก่อให้เกิด “Microtrauma effect” เล็ก ๆ ที่หนังศีรษะ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งโกรทแฟคเตอร์ตามธรรมชาติ และช่วยให้การรักษาผมร่วง/ผมบางมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ฉีดบำรุงคู่กับฉายเลเซอร์ HEALITE II ร่วมด้วย เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนใต้หนังศีรษะ ทำให้เส้นผมที่เริ่มงอกใหม่มีสภาพดีขึ้น
1.3 PRF PRO เหมาะกับใคร?
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่
- ภาวะผมบางจากพันธุกรรมทั้งชายและหญิง ระยะเริ่มต้น
- ภาวะมร่วงแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
- หลังปลูกผม ต้องการเร่งการงอกของผมปลูก
1.4 ข้อควรรู้ก่อนรับการรักษา PRF PRO
- ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที — แนะนำให้ทำต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้งประมาณ 6-10 ครั้ง จึงจะเห้นผลการเปลี่ยนแปลง
- ผลลัพธ์การรักษาแตกต่างกัน เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นกับคุณภาพเลือดของแต่ละบุคคล
- ผู้ที่มีภาวะรากผมหายไปแล้ว หรือศีรษะล้านถาวร จะไม่สามารถกระตุ้นให้รากผมกลับมางอกได้อีก
- มีข้อห้าม เช่น โรคเลือด โรคมะเร็งโลหิต ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่แพ้ยาชา ฯลฯ










2. เทคโนโลยีบำรุงรากผม PLACENTECH
2.1 PLACENTECH คืออะไร?
PLACENTECH คือโปรแกรมบำรุงรากผมแบบฉีดโดยใช้ โปรตีนโมเลกุลเล็ก ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ส่งตรงถึงชั้นเซลล์รากผม (DP cell) และช่วยกระตุ้นระบบรากผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้’ในกรณีที่ใช้ร่วมกับการปลูกผม (เทคนิค NNN PLACENTECH) จะช่วยเพิ่มอัตราการรอดของกราฟได้สูงมากขึ้น และลดระยะเวลาผลัดผม “shock loss stage” หลังปลูกผม ให้รากผมกลับมางอกได้เร็วขึ้น
2.2 กลไกการทำงานของ PLACENTECH
- โปรแกรมนี้ให้ความสำคัญกับการเข้าไปกระตุ้นถึงระดับของ DP cell ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์ที่ควบคุมวงจรรากผมโดยตรง
- เมื่อเซลล์ DP ได้รับการกระตุ้นด้วยโปรตีนเฉพาะ จะช่วยให้วงจรการงอกของเส้นผมเป็นไปอย่างปกติ อีกทั้งกระตุ้นให้รากผมมีอายุนานขึ้น จึงช่วยลดการหลุดร่วง และทำให้ผมแข็งแรงขึ้น
- มีคุฯสมบัติลดความเสื่อมของเซล์รากผม ช่วยชะลอความเสื่อมตามวัยของเซล์รากผมได้ (Anti-aging effect)
- เมื่อนำมาใช้หลังปลูกผม จะช่วยลด shock loss ซึ่งเป็นช่วงที่ผมที่ปลูกมามักร่วงก่อนงอกใหม่ โดยโปรแกรม Placentech ช่วยให้ระยะ shock loss สั้นลงเหลือเฉลี่ย 1-2 เดือน และเห็นผมใหม่งอกตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไป
- กระบวนการฉีดใช้ Hycoox Injector ซึ่งสามารถตั้งค่าความลึกได้ระดับชั้นรากผมได้ และเข็ม 9 pin ช่วยกระจาย PLACENTECH ให้ลงทั่วชั้นรากผมได้อย่างทั่วถึง
- กระบวนการฉีดจะก่อให้เกิด “Microtrauma effect” เล็ก ๆ ที่หนังศีรษะ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งโกรทแฟคเตอร์ตามธรรมชาติ และช่วยให้การรักษาผมร่วง/ผมบางมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ฉีดกระตุ้นควบคุ่กับฉายเลเซอร์ HEALITE II แสงสีแดง ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนใต้หนังศีรษะ ทำให้กระตุ้นการงอกของเส้นผมได้ดีมากขึ้น

2.3 PLACENTECH เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีผมบางจากกรรมพันธุ์ระยะปานกลาง-รุนแรง โดยที่รูขุมขนยังเปิดอยู่
- ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงเรื้อรัง
- ผู้ที่ต้องการชะลอความเสื่อมของเซลล์รากผม
- ผู้ที่ผ่านการปลูกผม ต้องการลดระยะ shock loss
- ผู้ที่วางแผนปลูกผม ฉีดบำรุง PLACENTECH เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปลูกผม
2.4 ข้อควรพิจารณา
- ถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีลึกถึงรากผม แต่ก็ไม่ใช่ “แก้ไขทุกกรณี” โดยเฉพาะในกรณีที่รากผมหายไปหมดหรือศีรษะล้านอย่างรุนแรง
- ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพรากผมเดิม อายุ ความรุนแรงของโรคผมบาง พฤติกรรมสุขภาพ และการดูแลหลังการรักษา
- กรณีมีข้อจำกัดบางอย่างจะไม่สามารถรับการฉีด PLACENTECH ได้ เช่น สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร ผุ้ที่แพ้ยาชา ผุ้ที่แพ้อาหารบางชนิด






3. เปรียบเทียบ PRF PRO กับ PLACENTECH – เลือกไหนดี?
| เกณฑ์ | PRF PRO | PLACENTECH |
| สารสกัด | ไฟบรินบริสุทธิ์จากเกล็ดเลือดผู้รับบริการ | โปรตีนโมเลกุลเล็กจากห้องปฏิบัติการ |
| จุดเด่น | โกรทแฟคเตอร์เข้มข้นสูง 17 เท่า | โปรตีนโมเลกุลเล็ก ที่กระตุ้น DP cell โดยเฉพาะ |
| เหมาะกับผู้ใช้ | ผมร่วง/ผมบาง ระยะเริ่มต้น รากผมยังมีรูขุมขนอยู่ | ผมร่วง/ปมบาง ระยะปานกลาง-รุนแรง, ผู้ที่ปลูกผมแล้วต้องการเร่ง/เพิ่มอัตรางอกของผมที่ปลูก |
| ระยะเห็นผล | หลังฉีดต่อเนื่อง 6-10 ครั้งขึ้นไป | หลังฉีดต่อเนื่อง 6 ครั้งขึ้นไป และกรณีหลังปลูกผม จะสามารถเห็นผลเรื่องการกระตุ้นผมปลูกหลัง เดือนที่ 2 เป็นต้น |
| ข้อจำกัด | ปริมาณโกรทแฟคเตอร์ขึ้นกับแต่ละบุคคล และขึ้นกับสภาพร่างกายแต่ละช่วง | ผู้ที่แพ้ยาชา สตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับการฉีด |
คำแนะนำ:
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อส่องกล้องสแกนรากผมก่อนทุกครั้งเพื่อเลือกโปรแกรมฉีดบำรุงที่เหมาะกับปัญหาเส้นผมแต่ละบุคคล

4. สิ่งที่ควรเตรียมก่อน/หลังการรักษา และการดูแลผลลัพธ์
4.1 การเตรียมตัวก่อนทำ
- พบแพทย์เพื่อประเมินสภาพหนังศีรษะและรากผม
- แจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และพฤติกรรม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- งดสารเคมีรุนแรงที่หนังศีรษะ และห้ามกินยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดก่อนทำ (สำหรับ PRF PRO)
4.2 การดูแลหลังทำ
- อาจมีรอยเข็มหรือความตึงเล็กน้อยที่หนังศีรษะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- หลีกเลี่ยงการดัด/ย้อมผมหรือใช้สารเคมีรุนแรงในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือความร้อนสูงที่บริเวณหนังศีรษะ
- รักษาความสะอาดหนังศีรษะ และหลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงๆ
- ติดตามการรักษาตามแพทย์แนะนำ และสอบถามหากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง ปวดมากผิดปกติ
4.3 การรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่
- ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยในช่วงแรกที่เริ่มรักษาควรฉีดทุก 1 เดือนเพื่อกระตุ้นให้เซลล์รากผมกลับมาทำงานเป็นปกติ
- หลังจากได้ผลที่พอใจแล้ว แนะนำฉีดบำรุงซ้ำทุก 2-3 เดือน เพื่อคงสภาพรากผมให้แข็งแรงในระยะยาว
- รับประทานยาหรือทายาควบคู่กับการฉีดบำรุงรากผม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผมร่วงผมบางให้ได้มากที่สุด
บทสรุป
ทั้ง PRF PRO และ PLACENTECH คือ เทคโนโลยีบำรุงรากผม ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ต่างระดับของปัญหาผมร่วง/ผมบาง โดยมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน:
- PRF PRO เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรากผมผ่านสารที่สกัดมาจากร่างกายของตัวเอง สามารถกระตุ้นเซลล์รากผมได้ขึ้นกับคุณภาพเลือดของผู้รับบริการ
- PLACENTECH เป็นเทคโนโลยีที่เน้นกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมโดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดในการฉีด PRP/PRF/PRF PRO
เกศามุ่งสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีรักษาผมร่วง ผมบาง ของประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมทันสมัย และปลอดภัยได้มาตรฐานการแพทย์ โดยทีมแพทย์เกศาผ่านมาตรฐานวุฒิบัตรปลูกผม หมอปลูกผมอเมริกันบอร์ด Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) หากคุณกำลังมีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือกำลังมองหาวิธีเสริมรากผมให้แข็งแรงขึ้น แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอ เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้ตรงจุดมากที่สุด


Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya
Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) & International Board of Hair Restoration Surgery (IBHRS) , Full Member of the International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS), Fellow member of World FUE Institute (WFI), Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)
