หัวล้าน ปลูกผมได้ไหม ?
เทคโนโลยีใหม่เพิ่มความหวังให้คนผมบาง
หัวล้าน ปลูกผมได้ไหม ?
หัวล้าน ปลูกผมได้ไหม ? ถ้าเป็นยุคสมัยก่อนที่เทคโนโลยีการแพทย์ยังไม่ทันสมัย ก็คงตอบว่า ปลูกผมไม่ได้ แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยี ปลูกผม ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้มีความหวังในการรักษาปัญหาศีรษะล้านมีมากขึ้น ดังนั้นหากจะถามว่า หัวล้าน ปลูกผม ได้ไหม? คำตอบคือ สามารถทำได้ แต่ต้องเตรียมผมด้านหลังให้พร้อมก่อนการปลูกผม โดยใช้เวลาเตรียมผมอย่างน้อย 3-12 เดือน เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของรากผม และช่วยเพิ่มปริมาณกราฟที่จะนำมาปลูกได้
“เพราะเทคโนโลยี
คือ กุญแจสำคัญของผลลัพธ์การปลูกผม”
การเตรียมผม
ก่อนปลูกผมทำอย่างไร ?
1. การรับประทานยาร่วมกับทายา
เตรียมผมด้วยการรับประทานยา ทายา เพื่อรักษาตัวโรคผมบางกรรมพันธุ์ตามดุลพินิจของแพทย์ โดยควรพบแพทย์ส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยก่อนเสมอ เพราะผมบางไม่ได้เกิดจาก โรคกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว อาจมีสาเหตุจากโรคอื่นๆร่วมด้วย เช่น ผมร่วงจากโรคทางภูมิคุ้มกัน โรคผมบางจากภาวะเจ็บป่วยบางอย่าง เป็นต้น ต้องอาศัยการตรวจร่างกายร่วมกับส่องกล้อง Trichoscope เจาะเลือดหาสาเหตุ เพื่อหาสาเหตุและให้การวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องแม่นยำ
สิ่งสำคัญคือแต่ละบุคคลมีความรุนแรงของโรคผมบางกรรมพันธุ์แตกต่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ยาตัวเดียวกันจะทำให้ผลลัพธ์การรักษาเหมือนกันในทุกราย ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยารับประทานเองหรือซื้อยาตามคำแนะนำของคนรู้จัก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามมาตรฐานดีที่สุด
อ่านบทความเพิ่มเติม : ยา Finasteride คืออะไร?
อ่านบทความเพิ่มเติม : ยา Minoxidil คืออะไร?
2. กระตุ้นการทำงานของ Stem cell รากผม
เนื่องจาก ภาวะศีรษะล้านกรรมพันธุ์ (Androgenic alopecia) เกิดจากการที่่ Stem cell ของรากผมหยุดทำงาน (DP cell Apoptosis) จากกระบวนการทำลายของฮอร์โมน DHT จนเกิดการอักเสบระดับเซลล์ ทำให้เกิดการสร้างผังผืดมาแทนที่บริเวณรูขุมขน รูขุมขนจึงปิดทำให้เกิดเป็นพื้นที่ล้านเกิดขึ้น
การรักษาโรคผมบางกรรมพันธุ์ จะใช้ยาหลักๆ 2 ตัว คือ Finasteride และ Minoxidil ซึ่งกลไกการทำงานของยา Finasteride จะช่วยเรื่องการทำลายรากผมจากฮอร์โมน DHT แต่ข้อจำกัดของยา Finasteride คือ ยาไม่สามารถยับยั้งการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT ได้ 100 % ดังนั้นเซลล์รากผมก็ยังคงโดนทำลายไปเรื่อยๆ แต่อัตราการทำลายน้อยกว่าเคสที่ไม่ได้รับยา ส่วนยา Minoxidil มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ทำให้รากผมที่กำลังจะฝ่อตัวมีระบบไหลเวียนเลือดมากขึ้น โดยยา minoxidil มีทั้งรูปแบบรับประทานและรูปแบบทา
แต่ยาทั้ง 2 ชนิดไม่ได้มีกลไกช่วยทำให้ stem cell ของรากผมกลับมาทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นหากต้องการให้ stem cell ของรากผมกลับมาทำงานปกติ ควรฉีดกระตุ้น stem cell ของรากผมร่วมด้วย ควบคู่กับการรักษาด้วยยา จะทำใ้ห้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผมบางกรรมพันธุ์ได้สูงกว่าการรับประทานยาอย่างเดียว โดยเฉพาะในรายที่มีภาวะศีรษะล้านรุนแรงซึ่งจะมีการทำลายเซลล์รากผมรุนแรงกว่าเคสทั่วไป
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดกระตุ้นสเต็มเซลล์รากผมด้วย Placentech
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดกระตุ้นสเต็มเซลล์รากผมด้วย PRF PRO
3. การรักษาอื่นๆที่มีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นรากผมได้
- ฉายแสงกระตุ้นเซลล์รากผมด้วยนวัตกรรมเซอร์กระตุ้นรากผม เช่น HEALITE II แสงสีแดง
- แชมพูทางการแพทย์ที่ช่วยลดฮอร์โมน DHT ที่หนังศีรษะได้ เช่น Ketoconazole Shampoo
- วิตามินรวมที่ช่วยการงอกของเส้นผม : เซลล์รากผมต้องการวิตามินหลายตัวในกระบวนการเติบโต เช่น Ferrous, Selenium, Silica, vitamin A C E, Zinc, Biotin ดังนั้นควรรับประทานวิตามินรวมหลายๆตัวในเม็ดเดียวกัน และไม่ควรรับประทานวิตามินสังกะสี(Zinc) ตัวเดียวเป็นระยะเวลานาน เพราะจำทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุทองแดง(copper)ได้
หัวล้าน ปลูกผมได้ไหม ?
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการปลูกผม
1. อัตราการรอดของผม
เนื่องจากทรัพยากรผมด้านหลังของผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านระยะสุดท้ายมักจะเหลือน้อยมากๆ อาจทำการปลูกได้เพียงแค่ 1 ครั้งในชีวิต ดังนั้นรากผมทุกกราฟที่ย้ายมาควรมีอัตรากการรอดเกิน 95 % ขึ้นไป
ปลูกผม ถือเป็นการปลูกถ่ายเซลล์ ซึ่งผลลัพธ์ของความสำเร็จนั้น นอกจากมาตรฐานของทีมแพทย์แล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีการย้ายเซลล์รากผม ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย เปรียบเสมือนการรักษาทางการแพทย์ หากใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าย่อมทำให้ผลลัพธ์การรักษาดีกว่านั่นเอง
2. รอยแผลเป็นด้านหลัง
เคสศีรษะล้านระยะท้าย มักเหลือผมด้านหลังไม่มาก ดังนั้นหากย้ายรากผมไปปลูกบริเวณด้านหน้าที่มีพื้นที่กว้างมาก ผมด้านหลังมักจะบางลงอย่างเห็นได้ชัดและเห็นแผลเป็นชัดเจน
ดังนั้น การย้ายรากผมในเคสเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ การวางแผนที่ดี ร่วมกับการใช้ เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องแผลด้านหลัง ทำให้รอยแผลเป็นแทบจะมองไม่เห็นในระยะยาว
3. ความธรรมชาติของแนวผม
การออกแบบแนวผมในเคสศีรษะล้านระยะท้าย ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะต้องวางแนวผมให้เข้ากับใบหน้าและระยะของศีรษะล้าน แนวผมใหม่ต้องไม่ต่ำเกินไปเพราะหากแนวผมต่ำมาก กราฟจะไม่เพียงพอต่อพื้นที่ และแนวผมต้องไม่สูงเกินไปเพราะจะทำให้ดูเป็นคนหน้าผากเถิกเหมือนเดิม อีกทั้งการบริหารจัดการกราฟผมที่มีจำกัดให้เต็มพื้นที่ กำหนดความหนาแน่นที่เหมาะสม การวางทิศทางรากผมที่ถูกต้อง ที่จะทำให้ผลลัพธ์ผมที่งอกออกมาดูธรรมชาติและดูเข้ากับใบหน้าในระยะยาว
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปลูกผมธรรมชาติ คืออะไร ?
4. ประสบการณ์ทีมแพทย์
นอกจากเทคโนโลยีที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของแพทย์อีกด้วย โดยคลินิกที่ทำการปลูกผมในผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านรุนแรงจะต้องมีประสบการณ์ในการดูแลเส้นผมโดยเฉพาะ และเป็นคลินิกปลูกผมที่มีประสบการณ์สูง เพราะต้องอาศัยความชำนาญและการดูแลระยะยาว
อ่านบทความเพิ่มเติม : Kesa clinic หมอปลูกผมอเมริกันบอร์ด
บทสรุป หัวล้าน ปลูกผมได้ไหม ?
การปลูกผมในกรณีศีรษะล้านระยะสุดท้ายแตกต่างจากการปลูกผมในกรณีศีรษะล้านระยะเริ่มต้น แพทย์ต้องมีความชำนาญและคัดสรรเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อทำให้ผลลัพธ์การปลูกผมออกมาดีที่สุดทั้งผลลัพธ์การปลูกผม และผลลัพธ์ของแผลด้านหลัง
ใครที่กำลังมีปัญหาผมบางศีรษะล้าน ไม่ว่าจะระยะใด แนะนำเข้ามาพบแพทย์เพื่อส่องกล้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และหากต้องปลูกผมควรเลือกเทคนิคปลูกผมที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อทำให้ผลลัพธ์การปลูกผมออกมาดีที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม :ปลูกผมเทคนิค NNN ผสานนวัตกรรมในทุกขั้นตอนการปลูกผม
Dr. Yada Suwannasing, Dr. Nattawee Pattrapornviroj, Dr.Dusadeewan Panya
Diplomate of the American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) & International Board of Hair Restoration Surgery (IBHRS) , Full Member of the International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS), Fellow member of World FUE Institute (WFI), Full member of The Asian Association Of Hair Restoration Surgeons (AAHRS)
