ผมร่วงเกิดจากอะไร ผมร่วงเท่าไหร่ถึงปกติ สาเหตุผมร่วงมีอะไรได้บ้าง และมีวิธีการรักษาผมร่วงอย่างไร? หมอเชื่อว่า ทุกคนต้องมีปัญหาผมร่วงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่เดินไปที่ไหน ทุกซอกทุกมุมของห้องก็เต็มไปด้วยเส้นผม ผมร่วง สะสมทุกวันจนท่อระบายน้ำตัน ผมร่วงเยอะ จนนึกว่าเป็นมะเร็ง! บทความนี้หมอจะพามาเจาะลึกทุกๆรายละเอียดของปัญหาผมร่วง รวมไปถึงการรักษาผมร่วงที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
วงจรเส้นผม และเกล็ดความรู็เรื่องเส้นผม
- คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
- ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
- เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
- ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
- 1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น
ระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม
- เส้นผมระยะ Anagen hair เส้นผม 90% บนหนังศีรษะจะอยู่ในระยะนี้ โดยจะมีอายุขัยเฉลี่ย 2-3ปี
- เส้นผมระยะ Catagen&Telogen จะเป็นระยะที่หยุดเจริญเติบโต มีอายุขัยประมาณ 3 เดือนก่อนจะเข้าสู่ระยะหลุดร่วง
- ส้นผมระยะ Telogen เมื่อถึงครบกำหนดจะร่วงออกมาจากรูขมุขน ลักษณะปลายผมเป็นกระบอง โดยเส้นผมที่ร่วง คือผมระยะ Telogen hair นั่นเอง

ผมร่วง แบบไหนถึงผิดปกติ
-
ผมร่วง ปกติ
ปกติเส้นผมต้องร่วงทุกวัน เนื่องจากบนหนังศีรษะมีเส้นผมระยะหลุดร่วงอยู่ประมาณ 10 % ดังนั้นใน 1 วัน หากผมร่วงไม่เกินวันละ 50-100 เส้น ถือว่าปกติ หากไม่ได้สระผมทุกวันกรณีวันที่สระผม ผมร่วงได้มากถึง 2 เท่าของวันปกติ คือ 100-200 เส้นนั่นเอง
-
ผมร่วง ผิดปกติ
ผมร่วง มากเกิน 100 เส้นในวันที่ไม่สระผม และเกิน 200 เส้นในวันที่สระผม หรือ กรณีผมร่วงจำนวนปกติ แต่ผมกลับดูบางลง แสกผมกว้างมากขึ้น กรณีนี้ก็เข้าข่ายผมร่วงผิดปกติเช่นกัน
ผมร่วงเกิดจากอะไร สาเหตุผมร่วง ผมบางที่พบได้บ่อย
-
ผมร่วง ผมบางศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์
พบได้ในคนที่มีกรรมพันธุ์ผมบาง เกิดได้ทั้งชายและหญิง โดยผมจะค่อยๆร่วงร่วมกับเกิดภาวะผมบางศีรษะล้านตามรูปแบบกรรมพันธุ์ เพศชายจะล้านบริเวณง่ามผมและบริเวณกลางหนังศีรษะ ส่วนผมบางผู้หญิงจะบางบริเวณแสก รอยแสกจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มียารักษาที่ช่วยชะลอให้ตัวโรคดำเนินช้าลงได้ โรคนี้หมอแนะนำให้รีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะคงสภาพเส้นผมให้อยู่นานที่สุด
หลายคนที่มีปัญหาผมบางกรรมพันธุ์ มักเข้าใจผิดว่าเกิดจาก ภาวะเครียดสะสม หรือการใส่หมวกนานๆ ซึ่งจริงๆแล้ว การใส่หมวกนานๆจะทำให้ผมร่วงได้ก็ต่อเมื่อ มีการสะสมของความอับชื้นจนทำให้เกิดการติดเชื้อรา ถึงจะส่งผลให้เกิดผมร่วงได้ ส่วนความเครียดส่งผลให้ผมร่วงได้บ้าง แต่ไม่มีส่วนทำให้เกิดภาวะศีรษะล้าน

-
ผมร่วง จากการแพ้แชมพู เซรั่ม แพ้สารเคมีในการย้อมผม ดัดผม ยืดผม
ผมร่วงเกิดจาก การแพ้สารประกอบในผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น สารก่อฟอง สารกันเสีย สารให้ความลื่นของเส้นผม น้ำหอม สารเคมีที่ใช้ในการกัดสี ดัด ยืดผม ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขนและก่อการระคายเคือง ส่งผลให้มีปัญหาสิว หนังศีรษะอักเสบ และผมร่วงตามมาได้ ในรายที่มีการแพ้รุนแรงจะมีอาการแสบร้อน มีตุ่มน้ำใสและหนังศีรษะลอกร่วมด้วย เมื่อหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ อาการจะดีขึ้นเอง
-
ผมร่วง จากโรคประจำตัว
โรคประจำตัวทางกายบางอย่างสามารถส่งผลให้เกิด ผมร่วง ร่วมด้วยได้ ยกตัวอย่างเช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง ภาวะขาดธาตุเหล็ก โรคซิฟิลิส โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคถุงน้ำรังไข่ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน หากใครมีปัญหาผมร่วง ร่วมกับมีอาการผิดปกติของร่างกายระบบอื่นๆร่วมด้วย แนะนำพบแพทย์เพื่อซักประวัติตรวจร่างกายและเจาะเลือดหาสาเหตุในรายที่มีอาการเข้าได้กับแต่ละโรค เพราะหากแก้ไขภาวะโรคทางกายให้ดีขึ้น จะทำให้ ผมร่วง ดีขึ้นด้วย
-
ผมร่วง จากการใช้ยาบางชนิด
การรับประทานยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้ ยกตัวอย่างยาที่ทำให้ผมร่วงได้บ่อยคือ ยารักษาสิว ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคทางจิตเวช ยารักษาโรคลมชักเป็นต้น
-
ผมร่วงจากการลดน้ำหนัก/ขาดสารอาหาร/ขาดธาตุเหล็ก
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือการรับประทานอาหารมังสวิรัติ อาหารคีโต เป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้ เนื่องจากร่างกายขาดสารอาหารบางประเภท ทำให้วงจรของผมร่วงผิดปกติ ส่วน ผมร่วงจากการขาดธาตุเหล็ก ส่งผลทำให้ผมร่วงผิดปกติ เนื่องจากธาตุเหล็กมีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ประวัติที่ทำให้สงสัยว่ามีปัญหาขาดธาตุเหล็ก ได้แก่ ประวัติประจำเดือนมามากทุกเดือน ไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ทานเครื่องในสัตว์ หรือประวัติบริจาคโลหิตเป็นประจำแต่ไม่ทานธาตุเหล็กเสริม(ลิงค์เข้า บทความผมร่วงจากการขาดธาตุเหล็ก)
- ผมร่วงหลังคลอด/ผมร่วง จากการเจ็บป่วย/ ผมร่วง จากความเครียด
ภาวะผมร่วงที่เกิดจากความเครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดทางกายหรือความเครียดทางใจ เรียกภาวะนี้ว่า ภาวะผมร่วงทั่วศีรษะที่มีสาเหตุ (Telogen effluvium ) อธิบายได้จากภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างรุนแรง เช่น การคลอดบุตรการเสียเลือดปริมาณมาก ไข้เลือดออก ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ภาวะเครียดรุนแรง ภาวะความเครียดเหล่านี้จะส่งผลให้วงจรผมที่เป็นระยะเติบโตกลายเป็นระยะหลุดร่วงมากขึ้น พอผ่านไป 3 เดือน ผมระยะหลุดร่วงจะหมดอายุขัยแล้วหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะนั่นเอง ซึ่งจะร่วงได้ถึงวันละ 150-700 เส้น ดังนั้นหากใครผมร่วงหนักมาก แล้วย้อนไป 3 เดือนที่แล้วมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ก็จะเป็นภาวะนี้นั่นเองค่ะ
-
ผมร่วง จากโรคผิวหนัง
โรคผิวหนังบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ ยกตัวอย่างเช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ, โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม, โรคผมร่วงเป็นหย่อม, โรคผมร่วงจากการอักเสบ Frontal Fibrosis Alopecia, โรคผมร่วงแบบมีแผลเป็นดีแอลอี(DLE)
ผมร่วงหลังฉีดวัคซีนโควิด เกิดได้บ่อยมากขึ้นหลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยวัคซีนโควิด โดยเฉพาะ วัคซีนชนิด m-RNA จะทำให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันที่มาทำลายรากผมตัวเอง ส่งผลให้เกิดผมร่วงผิดปกติได้ โดยเฉพาะในรายที่มีความเสี่ยงฌรคผมร่วงเป็นหย่อมอยู่เดิม

วิธีการรักษา ผมร่วง ผมบาง
วิธีการรักษาผมร่วง มุ่งเน้นรักษาตามสาเหตุ ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์เพือหาสาเหตุผมร่วงทีแท้จริง โดยปัจจุบันการรักษาโรคผมร่วง ผมบางนั้นมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย ดังนี้
เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วง แต่ยังไม่มีปัญหาผมบาง โดยปกติเส้นผมต้องการสารอาหารที่ช่วยให้วงจรการงอกของเส้นผมเป็นไปอย่างปกติ ดังนี้
- Zinc ช่วยในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์รากผม
- Biotin ช่วยสร้างชั้นผิวเคอราตินให้เส้นผม ทำให้ผมดูเงางาม เส้นอวบขึ้น
- Iron วงจรของรากผมจะเป็นปกติ และเส้นผมจะเจริญได้ดีนั้น ร่างกายต้องมีระดับธาตุเหล็กในร่างกาย(Ferritin level)อย่างน้อย 70 ug/ml หากต่ำกว่านี้จะทำให้ผมร่วงได้
- Silicon กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง
- Selenium กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant
- Vitamin A กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant แต่ถ้ารับประทานวิตามินเอปริมาณสูงจะมีผลทำให้ผมร่วงได้
- Vitamin C มีฤทธิ์ antioxidant และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก
ดังนั้นใครที่มีปัญหาผมร่วง แนะนำทานอาหารให้ครบ5หมู่และเน้นเสริมอาหารที่มีแร่ธาตุตามที่กล่าวไปข้างต้น หรือใช้การรับประทานวิตามินเสริมก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ แต่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร และที่สำคัญแกนผมถูกสร้างมาจากโปรตีน ดังนั้นควรทานโปรตีนให้ถึงวันละ 1 กรัมต่อกิโลน้ำหนักตัวต่อวัน ยกตัวอย่าง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรทานโปรตีนให้ได้วันละ 50 กรัม การรับประทานโปรตีนและวิตามินให้ได้อัตราส่วนที่เหมาะสม ก็จะทำให้ผมร่วงน้อยลงได้

-
รักษาผมร่วง ด้วยการทายา
เหมาะสำหรับผมร่วงร่วมกับมีปัญหาผมบางระยะเริ่มต้นโดยยาทาที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยให้เส้นผมงอกได้คือ ไมนอกซิดิล (Minoxidil)ซึ่งมีความเข้มข้น2-5%นอกจากนั้นยังมีสารสกัดรูปแบบทาอื่นๆที่ช่วยให้เส้นผมงอกได้ เช่น ฟิแนสเทอไรด์, Capixyl , Biothymus-M,Saw palmetto
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดมากมายที่โฆษณาว่าช่วยลดผมร่วงได้ หมอแนะนำให้ตรวจสอบสารประกอบและเชคเลข อย. เสมอ เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้
-
รักษาผมร่วงด้วยการรับประทานยา
ยารับประทานสำหรับรักษาผมร่วงผมบางมีหลากหลายชนิด ขึ้นกับสาเหตุตัวโรค ต้องอาศัยการตรวจร่างกายและได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน หลายคนซื้อยาปลูกผมตามอินเตอร์เน็ตมารับประทานเอง ซึ่งมักจะโฆษณาว่า “ยาปลูกผมเห็นผลภายใน…เดือน” แต่กลับไม่มีชื่อยาใดๆกำกับอยู่ ซึ่งหมอขอแนะนำว่าการรับประทานยาใดๆ ผู้ที่ทานจำเป็นต้องทราบชื่อยา เนื่องจากหากมีผลข้างเคียงหรือมีอาการแพ้ยาจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และที่พบบ่อยคือการซื้อยาตามคำแนะนำของคนรู้จัก โดยไม่เคยไปพบแพทย์เลย ซึ่งแบบนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะการรับประทานยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ปัจจุบันมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าการใช้โกรทแฟคเตอร์ที่สกัดมาจากเลือดสามารถช่วยฟื้นฟูรากผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดผมร่วงได้ แนะนำใช้ควบคู่กับการรักษาตามมาตรฐาน เหมาะกับรายที่มีปัญหาผมร่วงผมบางที่ยังไม่มีศีรษะล้าน
แสงเลเซอร์ความถี่ต่ำLow level laser therapy เหมาะกับรายที่มีปัญหาผมร่วงผมบางที่ยังไม่มีศีรษะล้าน โดยกลไกการทำงานคือ แสงเลเซอร์จะปลดปล่อยพลังงานที่จำเพาะกับรากผม ทำให้กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้รากผมแข็งแรง ลดผมร่วง และช่วยรักษาภาวะผมบางได้ โดยปัจจุบันมีการผลิตหมวกเลเซอร์ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยแนะนำทำ 3 ครั้ง/สัปดาห์

การปลูกผมเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนปิดไปแล้ว หรือที่เรียกว่าศีรษะล้านนั้นเอง โดยการปลูกผมมี 2 วิธีหลักๆคือ FUT และ FUE
- Follicular unit transplantation (FUT) เป็นการผ่าตัดเอาหนังศีรษะด้านหลังออกมาเป็นแถบ และใช้กล้องจุลทรรศน์ตัดแบ่งรากผมให้เป็นกอ แผลเป็นจะมีลักษณะแถบยาว
- Follicular unit extraction (FUE) เป็นการย้ายรากผมโดยใช้หัวเจาะขนาดเล็ก เจาะรากผมบริเวณท้ายทอยและดึงออกมาทีละกอโดยไม่มีการผ่าตัด แผลเป็นจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆกระจายทั่วหนังศีรษะ หากไว้ผมยาวก็จะมองไม่เห็นแผลเป็นดังกล่าว
คลินิกเวชกรรมเกศา ใช้การปลูกผมวิธี Follicular unit extraction (FUE) โดยมีเทคนิคพิเศษเฉพาะของทางคลินิก คือ NNN Technique ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการปลูกผมธรรมชาติ“ปลูกแน่น เน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ แผลเล็ก ฟื้นตัวไว”
- ปลูกแน่น หมายถึง ปลูกถี่แน่นสวย เพราะใช้ความหนาแน่นสูงสุด 60 กราฟ/ตร.ซม.
- เน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ มีทีมแพทย์ออกแบบ Hair line โดยให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ออกมาดูธรรมชาติ เข้ากับโครงหน้า และอายุของคนไข้ พร้อมตกแต่งกราฟก่อนปลูกทุกต้น
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว เนื่องจาก ใช้หัวเจาะรากผมขนาดเล็ก 0.6-08 mm ทำให้แผลหายไว ฟื้นตัวเร็วภายใน 3 วันและหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์

ในคนที่ผมบางมากจนเกิดพื้นที่ล้านและมีข้อจำกัดในการปลูกผม ทางเลือกอื่นๆที่สามารถช่วยได้คือ การสักอณูไรผมบริเวณที่มีปัญหาศีรษะล้าน โดยการสักอรูไรผมจะมีการสักสีลงบนหนังศีรษะเป็นจุดๆเลียนแบบตอผม ซึ่งทำให้เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตให้คนไข้ได้

กรณีไม่สามารถรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ อีกทางเลือกที่สามารถใช้ได้คือ การสวมวิกและแฮร์พีช
บทสรุป ผมร่วงเกิดจากอะไร
ผมร่วงมีมากมายหลายสาเหตุ ต้องอาศัยการตรวจร่างกาย ตรวจสภาพหนังศีรษะ และเจาะเลือดหาสาเหตุ วิตามินและแชมพูลดผมร่วงตามท้องตลาดไม่สามารถแก้ปัญหาผมร่วงได้ทุกสาเหตุ ดังนั้นหากใครกำลังมีปัญหา ผมร่วง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนะคะ เพื่อที่จะได้รับการรักษาให้ตรงกับสาเหตุ และควรรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆเพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนผมบาง การรักษาจะทำได้ยากมากขึ้น และมีทางเลือกในการรักษาน้อยลง
คลินิกเวชกรรมเกศาเป็นคลินิกรักษาเรื่องผมโดยเฉพาะ มีบริการปรึกษาปัญหาผมร่วงฟรี ได้พบคุณหมอ ตรวจสภาพหนังศีรษะ เพื่อหาสาเหตุผมร่วงที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ หรือหากไม่สะดวกเข้ามาที่คลินิกสามารถปรึกษาคุณหมอผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลยค่ะ

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

